ก่อนใช้เทคนิคการเล่น บาคาร่า มาทราบ 5 ขั้นตอน สั่งเงิน เข้าง่าย ออกยากก่อน

5 ขั้นตอน สั่งเงิน เข้าง่าย ออกยาก ก่อนศึกษาเทคนิคการเล่น บาคาร่า เพื่อทำเงินภายหลังเข้าใจแล้ว การจัดสรรบัญชีอย่างไร ให้สามารถ มีเงินมาเล่นเดิมพัน โดยไม่กระทบกับเงินก้อนหลัก

ทิ้งเทคนิคการเล่น บาคาร่ากับ 5 ขั้นตอน สั่งเงิน เข้าง่าย ออกยาก

พอกันทีชีวิตแบบนี้ ชีวิตแบบคนชักหน้าไม่ถึงหลัง ต่อไปนี้เราจะต้องมีเงินเก็บก้อนแรกให้ได้ มีเงินเหลือไป เล่นเดิมพัน อย่างสบายใจ ไม่รบกวนเงินหลัก หรือรบกวนเงินที่ใช้ตามความจำเป็นจริง ๆ ไม่กระทบกับรายจ่ายสำคัญ ๆ ใช้เทคนิคการเล่น บาคาร่า ที่รู้มาทดลองเล่นได้อย่างสบายใจไม่กวนกระเป๋าตัวเอง หลายครั้งที่คนเราตั้งมั่นกับตัวเองว่าจะเริ่มเป็นคนที่เก็บเงิน 

สิ่งแรกที่เรามักจะคิดถึงก็คงหนีไม่พ้นการทําบัญชีรายรับ-รายจ่ายประจำวัน เพื่อให้รู้ว่าในแต่ละวัน เรากินใช้อะไรไปบ้าง แล้วจะเหลือเก็บได้สักเท่าไหร่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือคนส่วนใหญ่จะทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายประจำวันได้ไม่นาน สุดท้ายก็จะล้มเลิกไปทุกที เพราะว่าการทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายประจำวัน มันยุ่งยากวุ่นวาย จะซื้ออะไรทีก็ต้องจด ถึงแม้ว่าจะใช้แอพพลิเคชั่นเข้ามาช่วยบันทึกก็ยังไม่ไหว เพราะว่าในแต่ละวันเราซื้อของถี่มาก ๆ 

บางครั้งแค่ 5 บาท 10 บาท ก็เลยขี้เกียจจด หลายครั้งกะว่าจะรวบยอดไปจดตอนเลิกงานทีเดียวพอกลับจากเลิกงานประมาณซัก 2-3 ทุ่มค่อยมาจด แต่พอถึงเวลาจะจดก็ลืมทุกที ว่าซื้ออะไรไปบ้าง นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก เพราะว่าไม่ใช่ทุกร้านทุกอย่างที่เขาจะมีใบเสร็จกลับมาให้เราเก็บไว้ดูตอนหลังได้ ยิ่งถ้าเงินทุกอย่างมันรวมอยู่ในบัญชีเดียว ก็ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ 

5 ขั้นตอน สั่งเงิน เข้าง่าย ออกยาก

สุดท้ายจึงเปลี่ยนวิธี โดยการเปิดแยกแต่ละบัญชีไปเลย แล้วทำรายรับรายจ่ายประจำเดือนครั้งเดียวก็พอ ให้รู้ว่าเงินส่วนไหนเอาไปใช้กับอะไรบ้าง เมื่อแยกเงินแต่ละบัญชีแล้วก็ใช้เต็มที่ไปเลย ไม่ต้องมาซีเรียสจดทุกอย่าง เพราะยังไง ๆ เราก็แยกเงินเป็นส่วน ๆ กันอยู่แล้ว หลังจากที่ใช้วิธีการนี้มาปีกว่า ๆ ก็ทำให้ค้นพบว่า การมีหลายบัญชี มันสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการออมให้ดียิ่งขึ้น เพราะมันทำให้เรารู้เส้นทางของเงินที่มีอยู่ว่ามันไหลไปทางไหนบ้างอย่างเป็นระบบแบบชัดเจน แต่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ซึ่งมันช่วยลดเวลา แถมประหยัดพลังงานสมองไปได้มหาศาล 

อย่างไรก็ตาม ก็พบว่ามันยังมีคนอีกจำนวนมากที่ใช้วิธีการบริหารเงินแบบนี้ ที่สำคัญคือทุกคนที่รู้จัก และใช้วิธีการแบบนี้ล้วนเป็นคนที่เก็บเงินเก่งใช้เงินเป็น และร่ำรวยกันทั้งนั้นถึงแม้ว่าแต่ละคนจะมีการแบ่งเงินแยกย่อยบัญชีที่ต่างกันบ้าง แต่เกือบทุกคนจะมีการแบ่งเงินบัญชีที่เป็นแกนหลักอยู่อย่างน้อย 5 บัญชี นั่นก็คือ

บัญชีที่ 1 บัญชีพลังดูด

กฎของบัญชีนี้คือ เมื่อฝากเงินเข้าไปแล้วคุณห้ามถอนเงินออกมาใช้ตลอดชีวิต เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเก็บออมเงินก้อนแรกได้สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นเงิน 1,000 บาท หรือว่า 10,000 บาท ให้นำมาเก็บไว้ในบัญชีนี้ทันที สาเหตุที่ต้องเป็นเงินก้อนแรกก็เพราะว่า มันคือการเก็บเงินที่ยากที่สุด แต่ถ้าคุณสามารถเก็บเงินก้อนแรกได้แล้ว ก้อนต่อไปมันก็จะตามมาอีกอย่างง่ายดาย แต่คำถามคือแล้วทำไมถึงต้องห้ามถอนตลอดชีวิต 

นั่นก็เพราะว่าบัญชีนี้จะคอยทำหน้าที่เป็นเหมือนแม่เหล็กที่ดึงดูดเงินก้อนต่อไปเข้ามาในชีวิตคุณยังไงล่ะ ถ้าไม่เชื่อก็ลองสังเกตตัวเองดูก็ได้ สมมุติว่าคุณมีแบงค์ 1,000 สักใบหนึ่ง คุณจะไม่ค่อยอยากจะจ่ายมันออกไป แล้วมันมักจะออกไปจากกระเป๋าคุณยากมาก ๆ ด้วย แต่เมื่อไหร่ก็ตามครับที่คุณแตกแบงค์ 1,000 ไปแล้ว เงินจะไหลออกจากคุณไปอย่างรวดเร็ว ตอนมีแบงค์ 1,000 อยู่ มันอยู่ได้ตั้งนาน แต่แตกออกไปแค่ 10 บาท เหลือ 900 กว่าบาท แป๊บเดียว 900 กว่าบาทนั้นก็หายไปในพริบตา 

บัญชีที่ 1 บัญชีพลังดูด

บัญชีนี้ครับมีหน้าที่เหมือนแบงค์ 1,000 เลย ถ้าคุณมีเงินสักก้อนหนึ่ง 10,000 บาท หรือ100,000 บาท ซึ่งคุณอาจจะค่อย ๆ เก็บเข้าไปวันละนิดวันละหน่อยก็ได้ เก็บไปจนกว่ามันจะเป็นก้อน แล้วเมื่อเงินนั้นกลายเป็นก้อนแล้ว มันก็จะค่อย ๆ ดึงดูดเงินเข้ามาเรื่อย ๆ ยิ่งก้อนใหญ่มากเท่าไหร่ มันก็จะยิ่งมีพลังดูดมากขึ้นเท่านั้น แต่อย่าลืมว่าคุณห้ามแหกกฎเด็ดขาด เพราะถ้าคุณถอนมันออกมาแล้ว เงินของคุณก็จะไหลออกไปเร็วมาก ๆไม่ต่างกับการแตกแบงค์ 1,000 เลย

บัญชีที่ 2  บัญชีใช้จ่ายประจำวัน

มันคือบัญชีที่คุณเอาไว้ใช้ ไว้กิน หรือว่าจ่ายบิลในแต่ละวันนั่นแหละ ซึ่งทุกคนก็น่าจะมีกันอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือคนส่วนใหญ่มักจะเอาเงินทุกอย่างมารวมกันในบัญชีนี้หมด ไม่ว่าจะเป็นเงินออม เงินลงทุน เงินให้พ่อแม่ เงินซื้อของฟุ่มเฟือย ก็เลยทำให้ทุกอย่างสับสนวุ่นวายไปหมด บางคนใช้เงินจนหมดบัญชี จนบางทีก็งงว่าเงินมันหายไปไหนหมด 

ส่วนตัวผู้เขียน จะโอนเงินจำนวนหนึ่งที่กำหนดไว้ชัดเจนทุกเดือนว่าจะให้ตัวเองเดือนละเท่าไหร่ แล้วโอนเข้าไปในบัญชีนี้ เพื่อเอาไว้เฉพาะกินใช้จ่ายในประจำวันเท่านั้น 

บัญชีใช้จ่ายประจำวัน

ที่สำคัญคือ ไม่ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายใด ๆ ทั้งนั้น เพราะว่ามันปวดหัว คือใช้มันให้หมดบัญชีนี้ ไม่ต้องเหลือ ไม่ต้องซีเรียส ไม่ต้องเก็บออมอะไรทั้งนั้น เพราะว่าเราแบ่งมันเอาไว้ในบัญชีอื่นแล้ว ที่สำคัญคือถ้าคุณใช้มันหมดก่อน คุณก็ไม่มีสิทธิ์ไปเอามันมาจากบัญชีอื่น ถามว่าเคยไหมที่ใช้เงินหมดก่อน ก็เคยแต่ก็ต้องอด หรือไม่ก็ต้องหาเงินเพิ่มด้วยวิธีการทำงานหรืออะไรต่าง ๆ แต่เรามักจะใช้เงินหมดได้ไม่นานหรอก เพราะว่ามันจะเกิดการเรียนรู้ว่าเดือนนี้หมด แสดงว่าเดือนหน้าเราต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงิน ก็จะเป็นการปรับนิสัยของเราไปโดยปริยาย

บัญชีที่ 3  บัญชีการลงทุนกับตัวเอง

เป็นบัญชีสำหรับเก็บเงินไว้สำหรับพวกค่าสัมมนา ค่าคอร์สเรียน ค่าหนังสือที่จำเป็นต่ออนาคตของเรา ในทุก ๆ เดือนควรจะแบ่งเงินส่วนหนึ่งมาเก็บไว้ในบัญชีนี้ ตอนที่ผู้เขียนยังทำงานประจำเงินเดือน 15,000 บาท ก็จะใส่เงินเอาไว้ในบัญชีนี้เดือนละ 500 บาท ซึ่งการลงทุนในบัญชีนี้ รับรองว่าไม่มีความเสี่ยงเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะไม่ว่าคุณจะลงทุนไปเท่าไหร่ คุณจะได้ผลตอบแทนกลับมา 100% เผลอ ๆ กลับมามากกว่า 100% ด้วยซ้ำไป 

และที่สำคัญคือการลงทุนกับตัวเองนี่แหละ ที่จะเป็นตัวกำหนดรายได้ที่จะเข้ามาในอนาคต เพราะยิ่งคุณมีความรู้มากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งทำเงินได้มากขึ้นเท่านั้น และเมื่อสามารถทำเงินได้มากขึ้น เงินที่แบ่งเข้าไปใส่ในบัญชีนี้ ก็จะมากขึ้นเช่นกัน ปัจจุบันจะฝากเข้าไป 5,000 บาท ต่อเดือน เพื่อเป็นทุนสำหรับการลงทุนในความรู้ที่มีระดับที่สูงขึ้น เพราะว่าความรู้ที่มันเฉพาะเจาะจงขึ้น ลึกขึ้น แล้วก็นำมาใช้ได้มากขึ้น ก็มักจะมาจากผู้สอนที่อยู่ในระดับที่ท๊อป ๆ ขึ้น ซึ่งพอเขาอยู่ในระดับที่ท็อป ราคามันก็จะแพงขึ้น 

บัญชีการลงทุนกับตัวเอง

ดังนั้น ถ้าเราอยากได้ความรู้ที่มีระดับมากขึ้น เราก็ต้องสะสมเงิน เก็บเงินมาลงทุนในบัญชีนี้มากขึ้น แต่กลับกัน ถ้าคุณไม่ยอมลงทุนกับสิ่งนี้เลย รายได้ของคุณก็จะโตช้า ไม่ต่างกับต้นไม้ที่ไม่ได้รับการรดน้ำใส่ปุ๋ยนั่นแหละ จำเอาไว้ว่าไม่มีใครสามารถทำเงินได้เกินกว่าขอบเขตความรู้ของตัวเอง 

บัญชีที่ 4  บัญชีของขวัญ

คุณทำงานหนักมาเหนื่อย ๆ คุณก็ควรมีเงินเอาไว้สำหรับใช้กับของฟุ่มเฟือย เอาไว้ซื้อของขวัญให้ตัวเอง หรือซื้อให้กับคนอื่นบ้าง จะได้ไม่รู้สึกอึดอัดจนเกินไป บางทีแฟนของคุณก็อยากจะได้ดอกกุหลาบสักดอก อยากจะได้ช่อดอกไม้สักช่อ คุณก็จะได้ไม่ต้องเอาเงินจากส่วนอื่นที่มันจำเป็นมาใช้ คุณก็เอาเงินใส่ไว้ในบัญชีนี้เลย เวลาคุณจะใช้ คุณก็เอาเฉพาะในบัญชีนี้จะได้ไม่ต้องรู้สึกว่าเราไม่มีเงินซื้อ เพราะเอาจริง ๆ แล้วเราอาจจะคิดว่าดอกไม้สักดอก มันเปลืองเงินไป มันพุ่งเฟือยไปสำหรับผู้หญิง แต่ถ้าคุณสามารถดูแลความรักของคุณได้ดี คุณให้ในสิ่งที่คนรักของคุณเขาต้องการ ทำให้เขาอิ่มเอมหัวใจ 

บอกเลยว่าพฤติกรรม หรือว่าการกระทำที่เขามีต่อคุณมันจะดีขึ้น คุณลองซื้อดอกไม้ให้แฟนคุณสักดอก บอกเลยว่าพฤติกรรมของเขา การกระทำของเขา คำพูดของเขาที่มีต่อคุณมันจะดีขึ้น มันคุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม มันคุ้มยิ่งกว่าเงินที่คุณเสียไป เพื่อซื้อดอกไม้แค่ 1 ดอกอีกต่างหาก 

จิตใจคนไม่ใช่หิน จิตใจคนมันมีความรู้สึก ดังนั้นของแบบนี้ลงทุนไปเถอะ เพราะว่ามันได้ผลตอบแทนกลับมาที่คุ้มค่ามาก ๆ เพราะว่าพอคุณทำดีกับเขา เขาก็จะอยากตอบแทนคุณ เขาก็จะอยากทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ให้คุณ เขาก็จะปฏิบัติต่อคุณอย่างดี แล้วคุณก็จะมีกำลังกายกำลังใจไปทำงานต่อ ซึ่งนอกจากเรื่องของขวัญ ก็จะมีเรื่องของฟุ่มเฟือยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ของที่เราอยากได้ต่าง ๆ 

บัญชีของขวัญ

ถ้าคุณไม่แบ่งเงินเอามาใช้ในส่วนนี้บ้าง คุณจะรู้สึกอึดอัดและที่สำคัญคือ เดี๋ยวคุณจะตะบะแตก แล้วไปทุบกระปุกถอนเอาเงินจากบัญชีอื่น ๆ ที่มันจำเป็นมันสำคัญมาใช้หมด ธรรมชาติของคนมันห้ามไม่ได้ที่จะไม่อยากได้ของฟุ่มเฟือย มันห้ามยากมาก ดังนั้นคุณก็จัดการมันให้เป็นเรื่องเป็นราวซะเลย 

ข้อดีของการมีบัญชีนี้คือ มันจะไม่สับสนกันระหว่างบัญชีใช้จ่ายประจำวัน คือเวลาเราซื้อของ เรามักจะเอาเงินในบัญชีใช้จ่ายประจำวันมาซื้อ ก็เลยทำให้บางครั้งพอถึงสิ้นเดือนเราก็ไม่มีเงินกินข้าว แต่ถ้าคุณแบ่งเอามาไว้ในบัญชีนี้เลยก็คือจบ เพราะคุณจะสามารถซื้อได้ตามเงินที่มีอยู่ในบัญชีนี้เท่านั้น ถ้าคุณอยากจะได้ของแพง ก็แค่ลดความถี่ในการซื้อลง เพื่อสะสมเงินไปก่อน ถ้าไม่ชอบซื้อของแพงเป็นคนเบื่อง่าย ชอบซื้อของกระจุกกระจิกก็ซื้อถี่ได้ 

แต่ถ้าคุณไม่แยกเงินมาไว้ในบัญชีนี้ เวลาไปใช้รวมกับบัญชีประจำวันเวลาคุณอยากได้ของแพง คุณก็อาจจะไปเอาเงินที่คุณใช้กินข้าว ค่าเดินทาง หรือว่าซื้อของใช้ในบ้านมาจ่าย ซึ่งมันจะทำให้คุณภาพชีวิตในประจำวันของคุณแย่ลง จนทำให้คุณควบคุมมันไม่ได้ คราวนี้พอเงินเริ่มขาดมือ ก็จะเริ่มไปหยิบยืมเงินคนอื่น สุดท้ายก็พังไปหมด แต่ถ้าคุณแยกบัญชีเป็นเรื่องเป็นราว คุณจะเอามันออกไปใช้ฟุ่มเฟือยจนหมดมันก็คือหมด ถ้าอยากจะได้ก็สะสมใหม่ก็แค่นั้น ทุกอย่างมันชัดเจนไม่มีอะไรซับซ้อน

บัญชีที่ 5  บัญชีการลงทุน

บัญชีนี้เป็นบัญชีสำหรับการเก็บสะสมเงินที่ใช้ในการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นกองทุนรวม หุ้นคริปโตเคอเรนซี่ อสังหาริมทรัพย์ ตราสารหนี้ ทองคำ หรืออะไรอื่น ๆ ให้คุณลงทุนด้วยเงินในบัญชีนี้ โดยอาจจะเริ่มต้นด้วยการลงทุนเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วค่อยเพิ่มเงินลงทุนเข้าไปทีหลัง อย่าใจร้อนใส่เงินเข้าไปในบัญชีนี้เยอะ ๆ ในขณะที่คุณยังมีเงินน้อย เพื่อที่จะหวังลงทุนคราวละมาก ๆ เพราะการลงทุนควรเป็นการลงทุนด้วยเงินเย็นจริง ๆ เพราะมันจะทำให้คุณมีเวลาไม่รีบไม่เร่ง หลายคนเอาเงินเก็บ เอาเงินกินข้าว เอาเงินจ่ายค่ารถค่าบ้านมาลงทุน พอถึงเวลาที่เงินหมด จะกินข้าวก็ไม่มีจะจ่ายบิลก็ไม่ได้ ทำให้จำเป็นต้องถอนเงินที่ลงทุนออกมาใช้ ทั้งที่หุ้นกำลังตก bitcoin มันกำร่วง สุดท้ายก็พังไปทั้งระบบ แล้วก็เจ๊งกันไปตาม ๆ กัน 

อย่างบางคนถึงขนาดไปกู้เงินมาลงทุน บอกเลยว่ามันอันตรายมาก ๆจำเอาไว้เลยว่าเงินในบัญชีนี้ มีหน้าที่ช่วยฝึกฝนทักษะการเงินให้กับคุณ และมันจะช่วยให้คุณเริ่มเป็นคนที่มีตะกร้าหลายใบ มีรายได้หลายทาง ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไป ใช้เงินเย็นลงทุนเท่าที่มี ทำเท่าที่ได้ ยิ่งฝึกก็ยิ่งเก่ง ยิ่งเก่งก็ยิ่งรวย เหมือนกับการยกเวท คุณต้องค่อย ๆ เพิ่มน้ำหนัก เพื่อค่อย ๆ ฝึกกล้ามเนื้อของคุณให้แข็งแรง จนคุณสามารถยกเวทที่มีน้ำหนักมาก ๆ เป็นร้อยกิโลได้ แต่ถ้าคุณเล่นยกเวทที่มีน้ำหนัก 100 กิโลตั้งแต่ครั้งแรก คุณก็จะยกไม่ไหว กล้ามเนื้อคุณก็จะฉีก เส้นเอ็นก็จะขาด แล้วก็เจ็บตัวไม่ต่างจากการลงทุนหนัก ๆ เพื่อหวังรวยตั้งแต่เริ่มต้น

บัญชีการลงทุน

หลังจากที่คุณอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ลองไปเปิดบัญชีเพิ่มดู หรือใครที่มีการแบ่งบัญชีอยู่แล้ว คุณแบ่งแบบไหน แบ่งเป็นบัญชีอะไรบ้าง ลองเอาไปปรับใช้ดู เพราะว่าสุดท้ายแล้วก็ต้องแบ่งบัญชีในการใช้งานเป็นสัดส่วนตามบริบท และการใช้งานแต่ละคน แต่ที่ต้องทำแน่ ๆ คือการแบ่งบัญชีแบบนี้ รับรองเลยว่าชีวิตคุณจะง่ายขึ้นอีกเยอะ ที่สำคัญคือมันจะช่วยให้คุณรวยขึ้นได้อย่างแน่นอน เพราะเงินของคุณมันจะเป็นเงินที่เข้าง่าย และออกยากนั่นเอง และยังคงมีเงินบางส่วนมาลองเทคนิคการเล่น บาคาร่าต่าง ๆ เพื่อเล่นเดิมพันกับเราได้ เว็บตรงที่ไม่ผ่านเอเย่น เทคนิคการเล่น บาคาร่า แจกโปรดีมากมายสมัครง่าย แตกได้แตกดี สมัครได้เลยที่ : พนันบอลออนไลน์